Saturday, June 29, 2013

KHAMSAKAESAENG 5: Welcome to Vongchavalitkul UniversityKhamsakaesaen...

ข่าวที่ 2
เด็กไทยผ่านเข้ารอบแข่งหุ่นยนต์โลก 2013
วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2556 เวลา 09:12 น.

การแข่งขันหุ่นยนต์โลก 2013 ได้เริ่มขึ้นแล้ว ณ เมืองไอน์โฮเวน ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยมีทีมเยาวชน 2,500 ทีมจาก 40 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งในปีนี้มีทีมเยาวชนจากประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันรวม 10 ทีม จาก 3 ลีก คือ หุ่นยนต์กู้ภัย หุ่นยนต์เตะฟุตบอลขนาดเล็ก และหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์เตะฟุตบอล (ฮิวแมนนอยด์)วานนี้ ( 28 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์รายงานว่า ในลีกหุ่นยนต์กู้ภัยซึ่งมี 18 ทีมเข้าแข่งขัน เป็นการจำลองเหตุการณ์ให้หุ่นยนต์เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งแต่ละทีมจะแข่งขัน 4 รอบเพื่อเก็บคะแนน ปรากฎว่า 3 ทีมเยาวชนไทยโชว์ความสามารถสามารถผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ 6 ทีมสุดท้ายไว้ลายแชมป์เก่า โดยทีมไอราป ฟิวเรียส จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ได้คะแนนอันดับ 1, ทีมโอวีอีซี ซุ้มกอ จากคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา อันดับ2, ทีมสเตบิไลซ์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ส่วนอันดับที่ 3,4,5 ได้แก่ทีมจากประเทศจีน และประเทศอิหร่านอีก 2 ทีม  มาที่ลีกหุ่นยนต์แอดโฮม หรือ หุ่นยนต์บริการ ที่เน้นให้หุ่นยนต์ปฏิบัติตามคำสั่งตามภารกิจต่างๆ ซึ่งมี 21 ทีมเข้าร่วมการแข่งขัน และในปีนี้เยาวชนไทยเข้าร่วมการแข่งขันเป็นปีที่ 2 รวม 4 ทีม  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในภารกิจช่วยเหลือยามฉุกเฉิน ทีมดงยาง จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โชว์ความสามารถตรวจจับบริเวณที่ไม่มีความร้อนได้เพียงทีมเดียว สร้างความฮือฮาให้กับกรรมการและผู้ชมรอบสนาม ทำให้ทีมดงยางเป็น 1 ใน 11 ที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ นอกจากนี้ทีม สคูบ้าแอดโฮม จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ผ่านเข้ารอบเช่นกัน ขณะที่ทีมทีอาร์ซีซี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งโชว์ความสามารถ "ตำส้มตำ" ในภารกิจแสดงความสามารถพิเศษจนต่างชาติยกนิ้วให้ และทีมบาธแลป แอสซิสบอท จากมหาวิทยาลัยมหิดล ไม่สามารถผ่านเข้ารอบได้  นอกจากนี้ ลีกหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ทีมเคเอ็มยูทีที จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ก็โชว์ความสามารถจนผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/technology/215407
ผู้รายงาน : นางศรัญญา  คมพยัคฆ์
รายวิชา : ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา รหัสวิชา 913718


Tuesday, June 25, 2013



ข่าวที่ 1
เทคโนโลยีใหม่อินเทลกินไฟตํ่า
วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2556 เวลา 00:00 น.
ซิลเวอร์มอนท์ รองรับการทำงานของอุปกรณ์ ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์  กินไฟต่ำ ขยายได้มากถึง 8 คอร์ ทำให้แท็บเล็ตประมวลผลได้สูงกว่ารุ่นเดิมถึง 2 เท่า   
อินเทล คอร์ปอเรชั่น เปิดตัวเทคโนโลยี ซิลเวอร์มอนท์” (Silvermont) ซึ่งเป็นไมโครอาร์จิเทคเจอร์รุ่นใหม่ล่าสุด มีประสิทธิภาพสูง เน้นการสนองตอบต่อระบบการทำ งานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องการใช้พลังงานต่ำ ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์ ซิลเวอร์มอนท์ จะเป็นองค์ประกอบพื้นฐาน สำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่จะเริ่มออกสู่ตลาดภายในปลายปีนี้ โดยใช้ขั้นตอนการผลิตที่ทันสมัยที่สุดของอินเทลอย่าง Tri-Gate SoC แบบ 22 นาโนเมตร (nm) ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
นายดาดี เพิร์ลมัตเตอร์ รองประธานบริหารและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของอินเทล กล่าวว่า  ซิลเวอร์มอนท์ คือ รากฐานใหม่ทางเทคโนโลยีสำหรับอนาคต ที่สามารถสนองตอบต่อความต้องการของผลิตภัณฑ์และตลาดในเซ็กเมนต์ต่าง ๆ ได้ ในอนาคต จะพยายามพัฒนาไมโครอาร์จิเทคเจอร์ชนิดกินไฟต่ำ รุ่นใหม่ ๆ ออกมาทุกปีจุดเด่น อื่น ๆ ของไมโครอาร์จิเทคเจอร์ ซิลเวอร์มอนท์ นอกจากกินไฟต่ำแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของอุปกรณ์อีกด้วยโครงสร้างมัลติคอร์และซิ สเต็มส์แฟบริก รุ่นใหม่ช่วยให้ขยายได้มากถึง 8 คอร์  สำหรับระบบที่ต้องการแบนด์วิธที่มากกว่าเดิม ทำให้แท็บเล็ตรุ่นใหม่จะมีประสิทธิภาพในการประมวลผลสูงกว่าสองเท่าเมื่อ เทียบกับแท็บเล็ตรุ่นปัจจุบันของอินเทล.
ที่มา : http://www.dailynews.co.th:9187/pixel.gif?key=node,209497http://www.dailynews.co.th/technology/209497
ผู้รายงาน : นางศรัญญา  คมพยัคฆ์
รายวิชา : ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา รหัสวิชา 913718

ข่าวที่ 2
นวัตกรรมใหม่การทำถนนยางแห้งผสมยางมะตอย
วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2556 เวลา 00:00 น.
                กรมวิชาการเกษตรพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ใช้ ยางแห้งผสมยางมะตอยราดถนน ชี้ข้อดีไม่ต้องใช้สารเคมีราคาแพง ง่ายสำหรับผู้ประกอบการ-กลุ่มเกษตรกร ขยายผลต่อยอดสู่อุตสาหกรรมได้ เตรียมเสนอต่อที่ประชุม IRRDB หวังจีนปิ๊งไอเดียนำไปใช้ หนุนส่งออกยางพาราไทย ช่วยรักษาเสถียรภาพราคา
นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย ผู้อำนวยการ กลุ่มอุตสาหกรรมยาง สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยยางได้พัฒนาเทคโนโลยีการใช้ยางธรรมชาติผสมยางมะตอยราดถนนใหม่ โดยใช้ยางแห้งแทนการใช้น้ำยางข้น อัตรา 5% ผสมยางมะตอยในงานราดถนน ซึ่งเทคโนโลยีใหม่นี้ไม่ต้องใช้สารเคมีที่มีราคาแพง สามารถนำยางพารามาใช้ได้หลายรูปแบบ เช่น ยางเครพ ยางแผ่นผึ่งแห้ง ยางแผ่นรมควัน ยาง Cutting จากยางแผ่นรมควัน ฯลฯ ทั้งยังไม่เกิดฟองและแรงดันในขณะผสมยางกับยางมะตอย ทำให้ไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายระหว่างผสม
นอกจากนั้น ยังเป็นเทคโนโลยีที่ง่ายและไม่ซับซ้อน ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้โดยมีข้อจำกัดน้อย ช่วยลดการผูกขาด ซึ่งสามารถขยายผลต่อยอดทั้งด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ รวมถึงเทคโนโลยีการผสมไปสู่กลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการให้ผลิตในเชิง พาณิชย์ได้ เป็นการ  เพิ่มทางเลือกและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ในภาคอุตสาหกรรมยางพาราไทย ที่สำคัญยังเป็นแนวทางช่วยสร้างเสถียรภาพราคายางได้ทั้งในระยะสั้นและระยะ ยาว โดยเฉพาะยางแห้งที่อยู่ในโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง ถึงแม้ยางนั้นจะเสียรูปทรงไปก็สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบผสมกับยางมะตอย เพื่องานราดถนนได้  ดีกว่าเก็บยางไว้นานไปยางจะเสื่อมสภาพลง
http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/50x30/photos/212402/0.jpgการใช้ยางแห้งผสมยางมะตอยราดถนน เบื้องต้นต้องเตรียมหัวเชื้อหรือยางผสม (Master batch) โดยใช้ยางแห้งกับยางมะตอย AC60/70 สัดส่วน 1:1 ผสมโดยใช้เครื่องผสมแบบปิด (Internal Mixer)ในโรงงานผลิตผลิตยางทั่วไปได้ ใช้เวลาในการบดผสม ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนำหัวเชื้อไปละลายในยางมะตอย AC60/70 ที่จะใช้ราดถนนได้โดยตรง หากไม่มีเครื่องกวนผสม โรงงานผสมยางมะตอยทั่วไปสามารถนำหัวเชื้อใส่ในถังต้มยางมะตอย แต่ต้องคำนวณให้มีสัดส่วนของยางพารา 5%   คือ ใช้ยางมะตอยปกติ จำนวน  9 ตัน ใส่หัวเชื้อ 1 ตัน ต้มที่อุณหภูมิ 160-170 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผสม  และควรเปิดระบบเวียนยางมะตอยในการผสม ประมาณ 30 นาที ก็นำไปราดถนนและผลิตในเชิงการค้าได้นางณพรัตน์กล่าว
นางณพรัตน์กล่าวอีกว่า หากต้องการผลิตเป็นยางมะตอย พรีเบลนด์ ที่มียางพาราผสม 5% ควรมีถังผสมและมีการติดใบกวนด้วย โดยสามารถดูแบบแปลนเครื่องผสมได้ที่สถาบันวิจัยยาง อย่างไรก็ตาม อนาคตหากภาครัฐมีการสนับสนุนให้ใช้ยางพาราผสมยางมะตอยราดถนนอย่างเป็น รูปธรรม คาดว่า จะมีการนำยางแห้งมาใช้ปริมาณมาก เนื่องจากถนนกว้าง 11 เมตร ระยะทาง 1 กิโลเมตร จะใช้ยางแห้ง ประมาณ 3.3 ตัน และต้องผลิตหัวเชื้อที่จะใช้ผสมกับยางมะตอยถึง 6.6 ตัน ซึ่งทำให้มีปริมาณมากพอที่จะดำเนินการทางอุตสาหกรรมได้
สถาบันวิจัยยางได้มีแผนนำเสนอเทคโนโลยีการใช้ยางแห้งผสมยางมะตอยในงาน ราดถนน ต่อที่ประชุมประเทศสมาชิกสภาวิจัยและพัฒนายางระหว่างประเทศหรือไออาร์อาร์ดี บี(IRRDB) ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2556 นี้ เพื่อกระตุ้นให้ประเทศสมาชิก IRRDB นำเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ไปใช้เพิ่มมากขึ้น
...อนาคตหากประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ใช้ยางรายใหญ่นำเทคโนโลยีการใช้ยางแห้ง ผสมยางมะตอยราดถนนไปใช้อย่างจริงจัง คาดว่า จะเอื้อประโยชน์ต่อการส่งออกยางพาราของไทยสูงมาก ซึ่งจะเป็นแหล่งรองรับผลผลิต ช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ยางธรรมชาติ พร้อมยกระดับราคาและช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางได้.
ที่มา : http://www.dailynews.co.th/agriculture/212402
ผู้รายงาน : นางศรัญญา  คมพยัคฆ์
รายวิชา : ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา รหัสวิชา 913718


KHAMSAKAESAENG 5: Welcome to Vongchavalitkul UniversityKhamsakaesaen...



ข่าวที่ 1
เทคโนโลยีใหม่อินเทลกินไฟตํ่า
วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2556 เวลา 00:00 น.
ซิลเวอร์มอนท์ รองรับการทำงานของอุปกรณ์ ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์  กินไฟต่ำ ขยายได้มากถึง 8 คอร์ ทำให้แท็บเล็ตประมวลผลได้สูงกว่ารุ่นเดิมถึง 2 เท่า   
อินเทล คอร์ปอเรชั่น เปิดตัวเทคโนโลยี ซิลเวอร์มอนท์” (Silvermont) ซึ่งเป็นไมโครอาร์จิเทคเจอร์รุ่นใหม่ล่าสุด มีประสิทธิภาพสูง เน้นการสนองตอบต่อระบบการทำ งานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องการใช้พลังงานต่ำ ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์ ซิลเวอร์มอนท์ จะเป็นองค์ประกอบพื้นฐาน สำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่จะเริ่มออกสู่ตลาดภายในปลายปีนี้ โดยใช้ขั้นตอนการผลิตที่ทันสมัยที่สุดของอินเทลอย่าง Tri-Gate SoC แบบ 22 นาโนเมตร (nm) ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
นายดาดี เพิร์ลมัตเตอร์ รองประธานบริหารและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของอินเทล กล่าวว่า  ซิลเวอร์มอนท์ คือ รากฐานใหม่ทางเทคโนโลยีสำหรับอนาคต ที่สามารถสนองตอบต่อความต้องการของผลิตภัณฑ์และตลาดในเซ็กเมนต์ต่าง ๆ ได้ ในอนาคต จะพยายามพัฒนาไมโครอาร์จิเทคเจอร์ชนิดกินไฟต่ำ รุ่นใหม่ ๆ ออกมาทุกปีจุดเด่น อื่น ๆ ของไมโครอาร์จิเทคเจอร์ ซิลเวอร์มอนท์ นอกจากกินไฟต่ำแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของอุปกรณ์อีกด้วยโครงสร้างมัลติคอร์และซิ สเต็มส์แฟบริก รุ่นใหม่ช่วยให้ขยายได้มากถึง 8 คอร์  สำหรับระบบที่ต้องการแบนด์วิธที่มากกว่าเดิม ทำให้แท็บเล็ตรุ่นใหม่จะมีประสิทธิภาพในการประมวลผลสูงกว่าสองเท่าเมื่อ เทียบกับแท็บเล็ตรุ่นปัจจุบันของอินเทล.
ที่มา : http://www.dailynews.co.th:9187/pixel.gif?key=node,209497http://www.dailynews.co.th/technology/209497
ผู้รายงาน : นางศรัญญา  คมพยัคฆ์
รายวิชา : ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา รหัสวิชา 913718

ข่าวที่ 2
นวัตกรรมใหม่การทำถนนยางแห้งผสมยางมะตอย
วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2556 เวลา 00:00 น.
                กรมวิชาการเกษตรพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ใช้ ยางแห้งผสมยางมะตอยราดถนน ชี้ข้อดีไม่ต้องใช้สารเคมีราคาแพง ง่ายสำหรับผู้ประกอบการ-กลุ่มเกษตรกร ขยายผลต่อยอดสู่อุตสาหกรรมได้ เตรียมเสนอต่อที่ประชุม IRRDB หวังจีนปิ๊งไอเดียนำไปใช้ หนุนส่งออกยางพาราไทย ช่วยรักษาเสถียรภาพราคา
นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย ผู้อำนวยการ กลุ่มอุตสาหกรรมยาง สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยยางได้พัฒนาเทคโนโลยีการใช้ยางธรรมชาติผสมยางมะตอยราดถนนใหม่ โดยใช้ยางแห้งแทนการใช้น้ำยางข้น อัตรา 5% ผสมยางมะตอยในงานราดถนน ซึ่งเทคโนโลยีใหม่นี้ไม่ต้องใช้สารเคมีที่มีราคาแพง สามารถนำยางพารามาใช้ได้หลายรูปแบบ เช่น ยางเครพ ยางแผ่นผึ่งแห้ง ยางแผ่นรมควัน ยาง Cutting จากยางแผ่นรมควัน ฯลฯ ทั้งยังไม่เกิดฟองและแรงดันในขณะผสมยางกับยางมะตอย ทำให้ไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายระหว่างผสม
นอกจากนั้น ยังเป็นเทคโนโลยีที่ง่ายและไม่ซับซ้อน ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้โดยมีข้อจำกัดน้อย ช่วยลดการผูกขาด ซึ่งสามารถขยายผลต่อยอดทั้งด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ รวมถึงเทคโนโลยีการผสมไปสู่กลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการให้ผลิตในเชิง พาณิชย์ได้ เป็นการ  เพิ่มทางเลือกและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ในภาคอุตสาหกรรมยางพาราไทย ที่สำคัญยังเป็นแนวทางช่วยสร้างเสถียรภาพราคายางได้ทั้งในระยะสั้นและระยะ ยาว โดยเฉพาะยางแห้งที่อยู่ในโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง ถึงแม้ยางนั้นจะเสียรูปทรงไปก็สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบผสมกับยางมะตอย เพื่องานราดถนนได้  ดีกว่าเก็บยางไว้นานไปยางจะเสื่อมสภาพลง
การใช้ยางแห้งผสมยางมะตอยราดถนน เบื้องต้นต้องเตรียมหัวเชื้อหรือยางผสม (Master batch) โดยใช้ยางแห้งกับยางมะตอย AC60/70 สัดส่วน 1:1 ผสมโดยใช้เครื่องผสมแบบปิด (Internal Mixer)ในโรงงานผลิตผลิตยางทั่วไปได้ ใช้เวลาในการบดผสม ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนำหัวเชื้อไปละลายในยางมะตอย AC60/70 ที่จะใช้ราดถนนได้โดยตรง หากไม่มีเครื่องกวนผสม โรงงานผสมยางมะตอยทั่วไปสามารถนำหัวเชื้อใส่ในถังต้มยางมะตอย แต่ต้องคำนวณให้มีสัดส่วนของยางพารา 5%   คือ ใช้ยางมะตอยปกติ จำนวน  9 ตัน ใส่หัวเชื้อ 1 ตัน ต้มที่อุณหภูมิ 160-170 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผสม  และควรเปิดระบบเวียนยางมะตอยในการผสม ประมาณ 30 นาที ก็นำไปราดถนนและผลิตในเชิงการค้าได้นางณพรัตน์กล่าว
นางณพรัตน์กล่าวอีกว่า หากต้องการผลิตเป็นยางมะตอย พรีเบลนด์ ที่มียางพาราผสม 5% ควรมีถังผสมและมีการติดใบกวนด้วย โดยสามารถดูแบบแปลนเครื่องผสมได้ที่สถาบันวิจัยยาง อย่างไรก็ตาม อนาคตหากภาครัฐมีการสนับสนุนให้ใช้ยางพาราผสมยางมะตอยราดถนนอย่างเป็น รูปธรรม คาดว่า จะมีการนำยางแห้งมาใช้ปริมาณมาก เนื่องจากถนนกว้าง 11 เมตร ระยะทาง 1 กิโลเมตร จะใช้ยางแห้ง ประมาณ 3.3 ตัน และต้องผลิตหัวเชื้อที่จะใช้ผสมกับยางมะตอยถึง 6.6 ตัน ซึ่งทำให้มีปริมาณมากพอที่จะดำเนินการทางอุตสาหกรรมได้
สถาบันวิจัยยางได้มีแผนนำเสนอเทคโนโลยีการใช้ยางแห้งผสมยางมะตอยในงาน ราดถนน ต่อที่ประชุมประเทศสมาชิกสภาวิจัยและพัฒนายางระหว่างประเทศหรือไออาร์อาร์ดี บี(IRRDB) ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2556 นี้ เพื่อกระตุ้นให้ประเทศสมาชิก IRRDB นำเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ไปใช้เพิ่มมากขึ้น
...อนาคตหากประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ใช้ยางรายใหญ่นำเทคโนโลยีการใช้ยางแห้ง ผสมยางมะตอยราดถนนไปใช้อย่างจริงจัง คาดว่า จะเอื้อประโยชน์ต่อการส่งออกยางพาราของไทยสูงมาก ซึ่งจะเป็นแหล่งรองรับผลผลิต ช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ยางธรรมชาติ พร้อมยกระดับราคาและช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางได้.
ที่มา : http://www.dailynews.co.th/agriculture/212402
ผู้รายงาน : นางศรัญญา  คมพยัคฆ์
รายวิชา : ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา รหัสวิชา 913718

Saturday, June 22, 2013



รายวิชา : ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา รหัสวิชา 913705
ข่าวที่ 1
เทคโนโลยีใหม่อินเทลกินไฟตํ่า
วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2556 เวลา 00:00 น.

ซิลเวอร์มอนท์ รองรับการทำงานของอุปกรณ์ ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์  กินไฟต่ำ ขยายได้มากถึง 8 คอร์ ทำให้แท็บเล็ตประมวลผลได้สูงกว่ารุ่นเดิมถึง 2 เท่า   
อินเทล คอร์ปอเรชั่น เปิดตัวเทคโนโลยี ซิลเวอร์มอนท์” (Silvermont) ซึ่งเป็นไมโครอาร์จิเทคเจอร์รุ่นใหม่ล่าสุด มีประสิทธิภาพสูง เน้นการสนองตอบต่อระบบการทำ งานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องการใช้พลังงานต่ำ ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์ ซิลเวอร์มอนท์ จะเป็นองค์ประกอบพื้นฐาน สำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่จะเริ่มออกสู่ตลาดภายในปลายปีนี้ โดยใช้ขั้นตอนการผลิตที่ทันสมัยที่สุดของอินเทลอย่าง Tri-Gate SoC แบบ 22 นาโนเมตร (nm) ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
นายดาดี เพิร์ลมัตเตอร์ รองประธานบริหารและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของอินเทล กล่าวว่า  ซิลเวอร์มอนท์ คือ รากฐานใหม่ทางเทคโนโลยีสำหรับอนาคต ที่สามารถสนองตอบต่อความต้องการของผลิตภัณฑ์และตลาดในเซ็กเมนต์ต่าง ๆ ได้ ในอนาคต จะพยายามพัฒนาไมโครอาร์จิเทคเจอร์ชนิดกินไฟต่ำ รุ่นใหม่ ๆ ออกมาทุกปีจุดเด่น อื่น ๆ ของไมโครอาร์จิเทคเจอร์ ซิลเวอร์มอนท์ นอกจากกินไฟต่ำแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของอุปกรณ์อีกด้วยโครงสร้างมัลติคอร์และซิ สเต็มส์แฟบริก รุ่นใหม่ช่วยให้ขยายได้มากถึง 8 คอร์  สำหรับระบบที่ต้องการแบนด์วิธที่มากกว่าเดิม ทำให้แท็บเล็ตรุ่นใหม่จะมีประสิทธิภาพในการประมวลผลสูงกว่าสองเท่าเมื่อ เทียบกับแท็บเล็ตรุ่นปัจจุบันของอินเทล.
ที่มา : http://www.dailynews.co.th:9187/pixel.gif?key=node,209497http://www.dailynews.co.th/technology/209497
ผู้รายงาน : นางศรัญญา  คมพยัคฆ์
รายวิชา : ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา รหัสวิชา 913705

ข่าวที่ 2
นวัตกรรมใหม่การทำถนนยางแห้งผสมยางมะตอย
วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2556 เวลา 00:00 น.



http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/50x30/cover/212402.jpghttp://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/50x30/photos/212402/0.jpghttp://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/50x30/photos/212402/1.jpg
กรมวิชาการเกษตรพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ใช้ ยางแห้งผสมยางมะตอยราดถนน ชี้ข้อดีไม่ต้องใช้สารเคมีราคาแพง ง่ายสำหรับผู้ประกอบการ-กลุ่มเกษตรกร ขยายผลต่อยอดสู่อุตสาหกรรมได้ เตรียมเสนอต่อที่ประชุม IRRDB หวังจีนปิ๊งไอเดียนำไปใช้ หนุนส่งออกยางพาราไทย ช่วยรักษาเสถียรภาพราคา
นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย ผู้อำนวยการ กลุ่มอุตสาหกรรมยาง สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยยางได้พัฒนาเทคโนโลยีการใช้ยางธรรมชาติผสมยางมะตอยราดถนนใหม่ โดยใช้ยางแห้งแทนการใช้น้ำยางข้น อัตรา 5% ผสมยางมะตอยในงานราดถนน ซึ่งเทคโนโลยีใหม่นี้ไม่ต้องใช้สารเคมีที่มีราคาแพง สามารถนำยางพารามาใช้ได้หลายรูปแบบ เช่น ยางเครพ ยางแผ่นผึ่งแห้ง ยางแผ่นรมควัน ยาง Cutting จากยางแผ่นรมควัน ฯลฯ ทั้งยังไม่เกิดฟองและแรงดันในขณะผสมยางกับยางมะตอย ทำให้ไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายระหว่างผสม
นอกจากนั้น ยังเป็นเทคโนโลยีที่ง่ายและไม่ซับซ้อน ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้โดยมีข้อจำกัดน้อย ช่วยลดการผูกขาด ซึ่งสามารถขยายผลต่อยอดทั้งด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ รวมถึงเทคโนโลยีการผสมไปสู่กลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการให้ผลิตในเชิง พาณิชย์ได้ เป็นการ  เพิ่มทางเลือกและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ในภาคอุตสาหกรรมยางพาราไทย ที่สำคัญยังเป็นแนวทางช่วยสร้างเสถียรภาพราคายางได้ทั้งในระยะสั้นและระยะ ยาว โดยเฉพาะยางแห้งที่อยู่ในโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง ถึงแม้ยางนั้นจะเสียรูปทรงไปก็สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบผสมกับยางมะตอย เพื่องานราดถนนได้  ดีกว่าเก็บยางไว้นานไปยางจะเสื่อมสภาพลง
การใช้ยางแห้งผสมยางมะตอยราดถนน เบื้องต้นต้องเตรียมหัวเชื้อหรือยางผสม (Master batch) โดยใช้ยางแห้งกับยางมะตอย AC60/70 สัดส่วน 1:1 ผสมโดยใช้เครื่องผสมแบบปิด (Internal Mixer)ในโรงงานผลิตผลิตยางทั่วไปได้ ใช้เวลาในการบดผสม ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนำหัวเชื้อไปละลายในยางมะตอย AC60/70 ที่จะใช้ราดถนนได้โดยตรง หากไม่มีเครื่องกวนผสม โรงงานผสมยางมะตอยทั่วไปสามารถนำหัวเชื้อใส่ในถังต้มยางมะตอย แต่ต้องคำนวณให้มีสัดส่วนของยางพารา 5%   คือ ใช้ยางมะตอยปกติ จำนวน  9 ตัน ใส่หัวเชื้อ 1 ตัน ต้มที่อุณหภูมิ 160-170 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผสม  และควรเปิดระบบเวียนยางมะตอยในการผสม ประมาณ 30 นาที ก็นำไปราดถนนและผลิตในเชิงการค้าได้นางณพรัตน์กล่าว
นางณพรัตน์กล่าวอีกว่า หากต้องการผลิตเป็นยางมะตอย พรีเบลนด์ ที่มียางพาราผสม 5% ควรมีถังผสมและมีการติดใบกวนด้วย โดยสามารถดูแบบแปลนเครื่องผสมได้ที่สถาบันวิจัยยาง อย่างไรก็ตาม อนาคตหากภาครัฐมีการสนับสนุนให้ใช้ยางพาราผสมยางมะตอยราดถนนอย่างเป็น รูปธรรม คาดว่า จะมีการนำยางแห้งมาใช้ปริมาณมาก เนื่องจากถนนกว้าง 11 เมตร ระยะทาง 1 กิโลเมตร จะใช้ยางแห้ง ประมาณ 3.3 ตัน และต้องผลิตหัวเชื้อที่จะใช้ผสมกับยางมะตอยถึง 6.6 ตัน ซึ่งทำให้มีปริมาณมากพอที่จะดำเนินการทางอุตสาหกรรมได้
สถาบันวิจัยยางได้มีแผนนำเสนอเทคโนโลยีการใช้ยางแห้งผสมยางมะตอยในงาน ราดถนน ต่อที่ประชุมประเทศสมาชิกสภาวิจัยและพัฒนายางระหว่างประเทศหรือไออาร์อาร์ดี บี(IRRDB) ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2556 นี้ เพื่อกระตุ้นให้ประเทศสมาชิก IRRDB นำเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ไปใช้เพิ่มมากขึ้น
...อนาคตหากประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ใช้ยางรายใหญ่นำเทคโนโลยีการใช้ยางแห้ง ผสมยางมะตอยราดถนนไปใช้อย่างจริงจัง คาดว่า จะเอื้อประโยชน์ต่อการส่งออกยางพาราของไทยสูงมาก ซึ่งจะเป็นแหล่งรองรับผลผลิต ช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ยางธรรมชาติ พร้อมยกระดับราคาและช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางได้.
ที่มา : http://www.dailynews.co.th/agriculture/212402
ผู้รายงาน : นางศรัญญา  คมพยัคฆ์